คริส โบเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออสเตรเลีย เปิดเผยในวันนี้ (12 มี.ค.) ว่า ออสเตรเลียจะผ่อนปรนมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวเป็นระยะเวลา 60 วัน เนื่องจากสงครามในอิหร่านทำให้อุปทานน้ำมันชะงักงันและส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มาตรการดังกล่าวจะอนุญาตให้ปริมาณกำมะถันที่เจือปนในน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเป็น 50 ส่วนในล้านส่วน (ppm) จากระดับปกติที่ 10 ppm โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มน้ำมันเข้าสู่ระบบอีก 100 ล้านลิตรต่อเดือน ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคา
ข้อตกลงนี้เป็นการดำเนินการร่วมกับแอมโพล (Ampol) บริษัทกลั่นน้ำมันและค้าปลีกน้ำมัน ซึ่งจะจัดสรรน้ำมันไปยังภูมิภาคที่ขาดแคลนเป็นอันดับแรก ตามจุดยืนของรัฐบาลที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนที่มีความจำเป็น เช่น เกษตรกร ชาวประมง และชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ
รัฐมนตรีพลังงานเปิดเผยด้วยว่า รัฐบาลออสเตรเลียยังคงหารือร่วมกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เกี่ยวกับพันธกรณีในการระบายน้ำมันเพิ่มเติมจำนวน 400 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาด แต่ทั้งนี้ น้ำมันทั้งหมดที่ระบายออกมาจะถูกจำกัดไว้ให้ใช้เฉพาะในตลาดภายในประเทศของออสเตรเลียเท่านั้น
โบเวนให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ABC ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะว่า เขาได้พูดคุยกับฟาติห์ บีโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA เมื่อคืนนี้ พร้อมระบุว่า "นี่คือความร่วมมือโดยสมัครใจ ซึ่งออสเตรเลียจะพิจารณาการมีส่วนร่วมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก"
ทั้งนี้ ครั้งล่าสุดที่ออสเตรเลียมีส่วนร่วมในการระบายน้ำมันระหว่างประเทศกับ IEA เกิดขึ้นในปี 2565 โดยในครั้งนั้นออสเตรเลียได้ขายน้ำมันที่เก็บไว้ในคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา และได้กำไรจากการดำเนินการดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. โบเวนได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ออสเตรเลียมีน้ำมันเบนซินสำรองเพียงพอสำหรับ 36 วัน น้ำมันดีเซล 34 วัน และน้ำมันเครื่องบิน 32 วัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ