ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ว่า กำลังการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ทั่วโลกที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างแตะที่ระดับราว 70 กิกะวัตต์แล้ว ซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 40 ปี สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของพลังงานนิวเคลียร์
บิโรลกล่าวในการแถลงข่าวว่า พลังงานหมุนเวียนและพลังงานนิวเคลียร์จะเป็น 2 เสาหลักด้านพลังงานสะอาด และพลังงานนิวเคลียร์จะยังคงเป็นแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรและสามารถเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน มูรัต คูรุม รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตุรกีระบุในการแถลงข่าวเดียวกันว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันดับต้น ๆ ของแต่ละประเทศอีกครั้ง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า IEA ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 32 ประเทศ และประเทศภาคี 13 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนความต้องการพลังงานราว 75% ของโลก
บิโรลระบุเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ว่า ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานร่วมกันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA