โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) เตือนว่า วิกฤตการณ์ตลาดน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ซึ่งมีสาเหตุมาจากสงครามในตะวันออกกลางนั้น กำลังจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินและน้ำมันดีเซล มากกว่าผลกระทบที่จะเกิดต่อน้ำมันดิบ
นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ระบุในรายงานล่าสุดว่า ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นหลายประเภทพุ่งขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบอย่างมากในขณะนี้ พร้อมเตือนว่า ภาวะอุปทานชะงักงันอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นกับน้ำมันดิบชนิดปานกลางและหนัก (medium-heavy crude) นั้น ทำให้การผลิตน้ำมันดีเซล น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน และน้ำมันเตา มีความเสี่ยงที่จะลดน้อยลงด้วย
"เกือบ 60% ของน้ำมันดิบที่ส่งออกตามปกติจากอ่าวเปอร์เซียคือน้ำมันดิบชนิดหนักและปานกลาง ซึ่งมักใช้ในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน ดีเซล และน้ำมันเตา" โกลด์แมน แซคส์ระบุในรายงาน
ตลาดพลังงานโลกตกอยู่ในความปั่นป่วนจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลซึ่งปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด อีกทั้งยังมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วทั้งภูมิภาค สถานการณ์นี้กำลังบีบให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบต้องลดกำลังการผลิตลงจำนวนมาก และพากันระงับการดำเนินงานของโรงกลั่นบางแห่ง
แม้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 40% นับตั้งแต่มีการโจมตีครั้งแรก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันบางประเภทกลับพุ่งสูงขึ้นยิ่งกว่านั้น โดยในบางพื้นที่ของเอเชียนั้น ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่า ส่งผลให้เกาหลีใต้ดำเนินรอยตามจีนและไทยในการจำกัดการส่งออกเพื่อปกป้องตลาดภายในประเทศ
ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์เตือนว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือภูมิภาคใดที่จะรอดพ้นจากผลกระทบนี้ และเสริมว่า สงครามกำลังบั่นทอนความสามารถของผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียในการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป อีกทั้งทำให้โรงกลั่นต้องหยุดชะงัก และลดปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบชนิดที่ต้องใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันดีเซล
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า การหยุดชะงักทั่วโลกที่เกิดจากความขัดแย้งนี้จะส่งผลกระทบต่อแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากการกลั่นที่ใช้ในการผลิตปิโตรเคมีและเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับผู้ผลิตบางราย รวมถึงส่งผลกระทบต่อน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินด้วย
ข้อมูลของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า เอเชียนำเข้าแนฟทาเกือบ 50% จากอ่าวเปอร์เซีย ในขณะที่ยุโรปต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินจากภูมิภาคนี้ถึง 40%