การส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ข้อมูลจากเคปเลอร์ (Kpler) ซึ่งเป็นบริษัทติดตามข้อมูลการขนส่ง ระบุว่า การส่งออกก๊าซ LNG โดยเฉลี่ย 10 วันลดลงประมาณ 20% ตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. มาอยู่ที่ระดับ 1.1 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนก.ย. 2568 โดยกาตาร์มีการส่งออกลดลงมากที่สุด รองลงมาคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากทั้งสองประเทศต้องพึ่งช่องแคบฮอร์มุซในการส่งออกไปยังตลาดเอเชียและยุโรป
อิหร่านได้โจมตีนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) ของกาตาร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อให้เกิดความเสียหายและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานต่อเนื่องไปอีกหลายปี โดยอิหร่านได้โจมตีพื้นที่ดังกล่าวเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) ของอิหร่าน
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ปริมาณส่งออกก๊าซ LNG ของโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากโครงการใหม่ในสหรัฐฯ และแคนาดา แต่ปัจจุบัน การส่งออกที่ลดลงจากกาตาร์และการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบอุปทานในตลาด โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางการส่งออกก๊าซ LNG โลกราว 1 ใน 5
กองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ของอิหร่าน เตือนว่าจะพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดทั้งหมดของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี
คำเตือนดังกล่าวของอิหร่านมีขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์คำขู่บนโซเชียลมีเดียในวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะถล่มโรงไฟฟ้าของอิหร่านให้สิ้นซาก หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง