โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มสูงกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรลจนถึงสิ้นปีนี้ หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดต่อไปเป็นเวลาอีกหนึ่งเดือน
'สถานการณ์ยังคงไม่นิ่ง เรามองว่าราคายังคงมีทิศทางในช่วงขาขึ้น' นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ระบุในรายงาน
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ในกรณีพื้นฐาน คาดว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มกลับมาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายในเวลาหนึ่งเดือน ทำให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งภายใต้ฉากทัศน์ดังกล่าว คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 82 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 3 และ 80 ดอลลาร์ในไตรมาส 4
อย่างไรก็ดี ในกรณีเลวร้าย เช่น การเปิดช่องแคบล่าช้าออกไปอีกหนึ่งเดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจมีค่าเฉลี่ยสูงกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงครึ่งหลังของปี
นอกจากนี้ หากการปิดช่องแคบยืดเยื้อยาวนานขึ้น และมีการสูญเสียกำลังการผลิตบางส่วนในภูมิภาค คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งแตะ 120 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 3 และ 115 ดอลลาร์ในไตรมาส 4
ทั้งนี้ สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีผลบังคับใช้วานนี้ ขณะที่อิหร่านทำการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ได้ประกาศปิดช่องแคบอีกครั้งในเวลาต่อมา โดยอ้างว่าการที่อิสราเอลยังคงทำการโจมตีเลบานอนถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และอิหร่านอาจถอนตัวจากข้อตกลง หากอิสราเอลยังคงทำการโจมตีเลบานอนต่อไป
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวยืนยันว่า เลบานอนไม่ได้ถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว