ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (10 เม.ย.) ว่า ญี่ปุ่นมีแผนนำน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้เพิ่มเติมในปริมาณเทียบเท่าความต้องการใช้ในประเทศ 20 วัน โดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเร็วที่สุดช่วงต้นเดือนพ.ค. ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แผนการดังกล่าวได้รับการเปิดเผยในการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อจัดการกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แผนงานนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการระบายน้ำมันสำรองปริมาณเทียบเท่าการใช้งานราว 50 วัน จากคลังสำรองภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันแถบอ่าวอาหรับ ออกสู่ตลาด ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา และกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
ระหว่างการเตรียมพร้อมรับมือปัญหาอุปทานน้ำมันดิบหยุดชะงักยืดเยื้อ นายกฯ ทาคาอิจิกล่าวต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลจะดำเนินทุกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพและจัดหาปริมาณน้ำมันดิบให้เพียงพอต่อความต้องการ
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าจากตะวันออกกลางถึงกว่า 90% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก รัฐบาลเตหะรานได้ปิดช่องแคบดังกล่าวในทางปฏิบัติเพื่อตอบโต้กรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
รัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานได้ตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไขเป็นเวลา 2 สัปดาห์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 เม.ย.) ก่อนสิ้นสุดเส้นตายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งยื่นคำขาดให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบอีกครั้ง มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอิหร่านจะยกเลิกการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ เนื่องจากมีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม