ฟาตีห์ บิรอล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยว่า การฟื้นฟูผลผลิตด้านพลังงานในตะวันออกกลางที่สูญเสียไปอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวนั้น อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี พร้อมระบุว่า ตลาดกำลังประเมินผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อนี้ต่ำเกินไป
ผู้อำนวยการ IEA เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ Neue Zuercher Zeitung ของสวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้ (17 เม.ย.) ว่า ระยะเวลาของการฟื้นฟูผลผลิตด้านพลังงานในแต่ละประเทศในตะวันออกกลางนั้น จะแตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น อิรักที่อาจต้องใช้เวลานานกว่าในซาอุดีอาระเบียมาก แต่โดยรวมนั้น IEA ประมาณการว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี กว่าที่ผลผลิตกลับไปเท่ากับระดับก่อนเกิดสงครามอีกครั้ง
บิรอลกล่าวว่า เรือขนส่งน้ำมันและก๊าซที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางก่อนที่สงครามในอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นนั้น ได้มาถึงแล้ว ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนไปได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าไม่มีการบรรทุกสินค้าลงเรือบรรทุกน้ำมันลำใหม่เลยในเดือนมี.ค. โดยไม่มีการส่งมอบน้ำมัน ก๊าซ หรือเชื้อเพลิงใหม่ ๆ ไปยังตลาดเอเชีย ซึ่งผลกระทบนี้เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว และหากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาเปิดให้สัญจร ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมรับมือกับราคาพลังงานที่จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า IEA จะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมาอีกครั้งหลังจากที่เคยดำเนินการไปแล้วในเดือนมี.ค. หรือไม่ บิรอลกล่าวว่าทางหน่วยงานพร้อมที่จะดำเนินการในทันทีและอย่างเด็ดขาด โดยในขณะนี้สถานการณ์ยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่การระบายน้ำมันก็อยู่ภายใต้การพิจารณาของ IEA อย่างแน่นอน