นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลียเปิดเผยว่า ออสเตรเลียจะไม่เปลี่ยนแปลงสัญญาส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีอยู่ในงบประมาณที่จะประกาศเร็ว ๆ นี้ โดยเตือนว่า หากกระทำการดังกล่าวในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเผชิญกับภาวะขาดแคลนพลังงานจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและบั่นทอนความมั่นคงทางพลังงาน
อัลบาเนซีกล่าว ณ เมืองเพิร์ท รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียว่า "การส่งออกก๊าซของเราเชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงของชาติโดยตรง และท่ามกลางวิกฤตเชื้อเพลิงโลกเช่นนี้เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดหากจะทำให้ความสัมพันธ์และเม็ดเงินลงทุนที่เป็นรากฐานสำคัญต้องตกอยู่ในความเสี่ยง" และ "ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอยืนยันว่า งบประมาณฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสัญญาการส่งออกก๊าซที่มีอยู่ในปัจจุบัน"
แรงกดดันได้เพิ่มสูงขึ้นให้รัฐบาลเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมกับผู้ผลิต LNG หลังจากบริษัทชั้นนำอย่าง เชฟรอน คอร์ป (Chevron Corp) และวูดไซด์ เอเนอร์จี กรุ๊ป (Woodside Energy Group Ltd.) ทำกำไรมหาศาลจากราคาก๊าซที่พุ่งสูงขึ้น หลังสงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ปริมาณอุปทานในตลาดโลกหายไปราว 1 ใน 5 ขณะเดียวกันส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการทางการทูตเพื่อประกันการนำเข้าเชื้อเพลิงจากผู้จัดหาในภูมิภาคเอเชีย
ทั้งนี้ ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยในปีที่ผ่านมามีการส่งออกปริมาณเกือบ 80 ล้านตัน ซึ่งมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้