กระทรวงพาณิชย์จีนออกคำสั่งห้ามยอมรับ บังคับใช้ หรือปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อบริษัทจีน 5 แห่ง ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
มาตรการของสหรัฐฯ ประกอบด้วยการขึ้นบัญชีรายชื่อองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร (SDN List) การอายัดทรัพย์สิน และการห้ามทำธุรกรรมใด ๆ กับบริษัทเหล่านี้ โดยบริษัททั้ง 5 แห่งประกอบด้วย เหิงลี่ ปิโตรเคมิคอล (ต้าเหลียน) รีไฟน์นิง, ซานตง โซ่วกวง ลู่ชิง ปิโตรเคมิคอล, ซานตง จินเฉิง ปิโตรเคมิคอล, เหอเป่ย ซินไห่ เคมิคอล และ ซานตง เซิ่งซิง เคมิคอล
โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนแถลงในวันเสาร์ (2 พ.ค.) ว่า สหรัฐฯ ใช้อำนาจตามคำสั่งฝ่ายบริหารกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทจีนเหล่านี้ตั้งแต่ปี 2568 กรณีซื้อน้ำมันจากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม มาตรการของสหรัฐฯ ที่ห้ามหรือจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าตามปกติระหว่างบริษัทจีนกับประเทศที่สาม ตลอดจนพลเมือง นิติบุคคล หรือองค์กรอื่น ๆ อย่างไม่เหมาะสม ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของชาติ รวมทั้งคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของพลเมืองจีน นิติบุคคล และองค์กรอื่น ๆ ทางกระทรวงฯ จึงได้ออกคำสั่งห้ามดังกล่าว โดยอาศัยกฎว่าด้วยการต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศนอกอาณาเขตอย่างไม่เป็นธรรมและมาตรการอื่น ๆ
โฆษกจีนเน้นย้ำว่า รัฐบาลจีนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากสหประชาชาติและปราศจากพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด
โฆษกจีนเสริมว่า การออกคำสั่งห้ามดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อบังคับใช้กฎดังกล่าวตามกฎหมาย และไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศของจีน หรือการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของวิสาหกิจต่างชาติที่ลงทุนในจีนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการของต่างประเทศนอกอาณาเขตอย่างไม่เหมาะสม และจะดำเนินการเพิ่มเติมตามกฎหมายหากเกิดสถานการณ์ในลักษณะดังกล่าว