เกาหลีใต้เนื้อหอม หลังผู้ส่งออกน้ำมันสนใจฝากเก็บน้ำมันดิบ

ข่าวต่างประเทศ Saturday May 9, 2026 12:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้และผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า เกาหลีใต้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางที่ต้องการใช้คลังสำรองน้ำมันของเกาหลีใต้ในการเก็บน้ำมันดิบ ท่ามกลางการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ โดยเกาหลีใต้มีคลังสำรองน้ำมันใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก

ยาง กี อุก ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงอุตสาหกรรมและทรัพยากร กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ กล่าวว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซหลังการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่เพียงกระทบต่อเกาหลีใต้และประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่กำลังเผชิญปัญหาคลังเก็บน้ำมันใกล้เต็ม เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้

ยางเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลายประเทศได้ติดต่อเกาหลีใต้เพื่อสอบถามและหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเก็บน้ำมันดิบไว้ที่คลังสำรองของเกาหลีใต้ แต่ปฏิเสธเปิดเผยชื่อประเทศเหล่านั้น

สำหรับประเทศอย่างซาอุดีอาระเบีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้น รายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบถือเป็นสัดส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ และประเทศเหล่านี้มองว่า การเก็บน้ำมันไว้นอกช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยลดความเสี่ยงและสามารถนำออกมาจำหน่ายได้ในภายหลัง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่คลังเก็บน้ำมันของหลายประเทศใกล้เต็มความจุ หลังขาดเส้นทางส่งออก เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.

บริษัทน้ำมันแห่งชาติเกาหลี (Korea National Oil Corporation) ระบุว่า คลังสำรองน้ำมันของเกาหลีใต้ซึ่งมีความจุรวม 146 ล้านบาร์เรล ถูกสร้างขึ้นหลังวิกฤตราคาน้ำมันในปี 2516 และ 2522 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

เกาหลีใต้ใช้เวลากว่าเกือบ 50 ปีในการสร้างคลังสำรองน้ำมัน 9 แห่งทั่วประเทศ โดยแห่งล่าสุดสร้างเสร็จในปี 2564 ที่เมืองอุลซานทางตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันคลังเหล่านี้เก็บน้ำมันไว้ราว 100 ล้านบาร์เรล

คลังเก็บน้ำมันส่วนใหญ่ของเกาหลีใต้ เช่น ที่อุลซานและเมืองยอซูทางตอนใต้ ถูกสร้างไว้ใต้ดิน แตกต่างจากญี่ปุ่นที่มีคลังใต้ดินเพียง 3 แห่งจากทั้งหมด 10 แห่ง ขณะที่ที่เหลืออยู่บนพื้นดินหรือเป็นคลังลอยน้ำในทะเล

การออกแบบคลังใต้ดินช่วยป้องกันแรงระเบิดตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเอเชีย โดยมีโรงกลั่นอย่าง S-Oil Corp. ซึ่งบริษัท Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบียถือหุ้นบางส่วน และ GS Caltex Corp ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ Chevron Corp ของสหรัฐฯ

คิม จิน ซู ศาสตราจารย์ด้านทรัพยากรโลกและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยฮันยางในกรุงโซล กล่าวว่า การที่เกาหลีใต้มีทะเลล้อมรอบถึง 3 ด้านยังเป็นจุดดึงดูดเพิ่มเติม เพราะเส้นทางเดินเรือรอบประเทศไม่มีจุดคับคั่ง ทำให้ผู้ผลิตสามารถขนส่งน้ำมันดิบเข้าออกได้สะดวก

คิมกล่าวเพิ่มเติมว่า มูลค่าของสินทรัพย์ด้านความมั่นคงทางพลังงาน เช่น คลังสำรองน้ำมัน กำลังเพิ่มขึ้นทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการทูต ไม่ได้เกิดจากวิกฤตตะวันออกกลางในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมาจากการแข่งขันด้านอำนาจพลังงานและทรัพยากรที่รุนแรงขึ้นตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา

ยางกล่าวว่า เกาหลีใต้และบริษัท Abu Dhabi National Oil Co ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีข้อตกลงสำรองน้ำมันร่วมกัน โดยบริษัทสามารถเก็บน้ำมันดิบไว้ในคลังของเกาหลีใต้ และขณะนี้ประเทศอื่น ๆ ก็ได้ติดต่อกรุงโซลเพื่อหารือข้อตกลงในลักษณะเดียวกัน

ข้อตกลงสำรองน้ำมันร่วมเปิดทางให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติเกาหลีจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทน้ำมันต่างชาติที่ใช้คลังเก็บน้ำมัน ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะได้รับสิทธิในการซื้อน้ำมันก่อนในกรณีเกิดวิกฤตด้านอุปทาน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ