นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า จีนจะใช้อิทธิพลที่มีต่ออิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
'การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นประโยชน์ต่อจีนอย่างมาก ผมคิดว่าจีนจะดำเนินการอยู่เบื้องหลัง โดยใช้อิทธิพลที่มีต่อผู้นำอิหร่าน ขณะที่จีนมีผลประโยชน์ในการเปิดช่องแคบนี้มากกว่าสหรัฐเสียอีก' นายเบสเซนต์กล่าวกับสำนักข่าว CNBC
จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยราว 10% ของการนำเข้าน้ำมันของจีนมาจากอิหร่าน และมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากตะวันออกกลาง
ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ โดยผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่า ช่องแคบฮอร์มุซจำเป็นต้องกลับมาเปิดอีกครั้งหนึ่ง
'ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะต้องมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อสนับสนุนการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรี'
'ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงยืนยันอย่างชัดเจนถึงการคัดค้านของจีนต่อการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือทางทหาร และคัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะเรียกเก็บค่าผ่านทาง' ทำเนียบขาวระบุ
ทั้งนี้ อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล
การปิดล้อมดังกล่าวทำให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลกหยุดชะงักลง ทำให้เกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยขณะก่อนเกิดสงคราม มีการขนส่งน้ำมันดิบโลกประมาณ 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ