เรืออิเดมิสึ มารู (Idemitsu Maru) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่บริหารโดยบริษัทญี่ปุ่น ได้เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วในวันนี้ (25 พ.ค.) ซึ่งนับเป็นเรือขนส่งพลังงานลำแรกที่เดินทางกลับถึงฝั่งสำเร็จ หลังจากต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่ทวีความรุนแรง จนส่งผลให้การจราจรทางเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์ขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลกสายนี้ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด
สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทในเครืออิเดมิตสึ โคซัน (Idemitsu Kosan) ยักษ์ใหญ่กลุ่มธุรกิจกลั่นน้ำมันของญี่ปุ่น โดยได้ขนส่งน้ำมันดิบจำนวน 2 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 80% ของโควตาความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศต่อวัน มาส่งยังจังหวัดไอจิทางตอนกลางของญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ลูกเรือทั้งหมดบนเรือ รวมถึงชาวญี่ปุ่น 3 คน ต่างมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี
ย้อนกลับไปหลังจากที่ทางอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามเรียกร้องให้ทางการอิหร่านช่วยรับรองความปลอดภัยและเปิดทางให้เรือสินค้าจากทุกประเทศสามารถสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างเสรี อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ยังคงมีเรือขนส่งสินค้าอีกเป็นจำนวนมากที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย
ข้อมูลจากระบบระบุตำแหน่งเรืออัตโนมัติ (AIS) ระบุว่า เรืออิเดมิสึ มารู ซึ่งเป็นเรือติดธงปานามาและมีความยาวมากกว่า 300 เมตร ได้แล่นเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
เรือลำนี้ได้เข้าจอดเพื่อขนถ่ายน้ำมันดิบในซาอุดีอาระเบีย และเดินทางออกมาในช่วงต้นเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่ช่องแคบถูกสั่งปิดพอดี ทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวบริเวณนอกชายฝั่งอาบูดาบี แต่ท้ายที่สุดก็สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซออกมาได้เมื่อวันที่ 28 เม.ย. โดยแหล่งข่าวยืนยันว่าไม่มีการจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางให้กับทางอิหร่านแต่อย่างใด
หลังจากเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย เรือลำนี้ได้แล่นผ่านน่านน้ำนอกชายฝั่งอินเดียและช่องแคบมะละกา ก่อนจะเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ เรือบรรทุกน้ำมันของบริษัท เอเนออส โฮลดิงส์ (Eneos Holdings) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่อีกแห่งของญี่ปุ่น ก็ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อช่วงกลางเดือนพ.ค.เช่นกัน โดยคาดว่าจะเดินทางถึงญี่ปุ่นในช่วงระหว่างปลายเดือนพ.ค.ถึงต้นเดือนมิ.ย.นี้