ซาอุฯเผย เหตุโจมตีโรงกลั่นกระทบผลผลิตน้ำมันของประเทศถึงครึ่งหนึ่ง

ข่าวเศรษฐกิจ Sunday September 15, 2019 12:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ โดยจะทำให้ผลผลิตหดหายไปกว่า 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของผลผลิตน้ำมันทั้งหมดของซาอุฯ และทำให้เกิดการคาดการณ์กันเป็นวงกว้างว่าจะส่งผลอย่างมากต่อราคาน้ำมันโลก

เจ้าชายอับดุลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า เหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันและก๊าซ 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่ตัวเลขล่าสุดที่โอเปกเปิดเผยเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ผลผลิตทั้งหมดของซาอุฯ อยู่ที่ 9.8 ล้านบาร์เรล/วัน เท่ากับว่าผลผลิตจะหายไปถึงราวครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็น 5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก

รมว.พลังงานกล่าวว่า บริษัทซาอุดี อารามโค ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุฯ กำลังเร่งดำเนินการเพื่อทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันที่หายไปกลับคืนมาโดยเร็ว และจะเปิดเผยสถานการณ์ล่าสุดให้ประชาชนทราบภายในอีกสองวันข้างหน้า

แถลงการณ์ของกระทรวงฯ ระบุด้วยว่า การโจมตีเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่โรงกลั่นที่มีความสำคัญของซาอุฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นการโจมตีอุปทานน้ำมันและความมั่นคงทั่วโลก และนั่นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

วานนี้ กระทรวงมหาดไทยของซาอุฯ ประกาศว่า เกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งในเขต Abqaiq และ Khurais ด้วยโดรนจนเป็นเหตุให้เพลิงลุกไหม้

โฆษกกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า การโจมตีของโดรนที่โรงงานสองแห่งของบริษัทซาอุดี อารามโค ที่แหล่งผลิตน้ำมัน Abqaiq และ Khurais นั้น ได้ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ แต่ทางบริษัทสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยทางกระทรวงไม่ได้เปิดเผยถึงแหล่งที่มาของโดรนดังกล่าว

อย่างไรก็ดี กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ออกมาอ้างผ่านทางสำนักข่าว Al-Masirah ของตนเองว่า ทางกลุ่มกบฏอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดยใช้โดรน 10 ตัวในการก่อเหตุ

สำหรับแหล่งน้ำมัน Abqaiq ซึ่งอยู่ห่างจากเมือง Dhahran ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 60 กม.ใน Eastern Province ของซาอุดีอาระเบียนั้น ประกอบด้วยโรงงานแปรรูปน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่แหล่งน้ำมัน Khurais ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 190 กม.นั้นเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ มีความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค หลังจากในเดือนมิ.ย.และก.ค.ที่ผ่านมา มีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐระบุว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน แต่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ