สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (26 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 102.80 ดอลลาร์ หรือ 2.06% ปิดที่ 5,082.50 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์จากบริษัท Sprott Inc. กล่าวว่า ราคาทองคำยังคงได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเพื่อกระจายทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อกองทุน ETF ทองคำ โดยมียอดถือครองเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบรายปี
สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 100% หากแคนาดาเดินหน้าทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน
ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการสหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะร่วมมือกันในการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา หลังจากมีรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์กได้ดำเนินการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน หรือ Rate Check กับธนาคารรายใหญ่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ม.ค.) โดยมีการสอบถามความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์และเยน ซึ่งโดยทั่วไปถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเข้าแทรกแซงตลาด
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยนักวิเคราะห์จาก Societe Generale คาดการณ์ว่าราคาทองจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้เป้าหมายไว้ที่ 5,700 ดอลลาร์
นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 27-28 ม.ค. โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้