ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ ทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ณ เวลา 22.21 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. บวก 112.20 ดอลลาร์ หรือ 2.29% สู่ระดับ 5,018.10 ดอลลาร์/ออนซ์
สหรัฐและอิหร่านได้เสร็จสิ้นการเจรจานิวเคลียร์ที่นครเจนีวาเมื่อวานนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายได้เปิดเผยผลการเจรจาที่แตกต่างกัน
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาทางอ้อมรอบที่สองระหว่างอิหร่านและสหรัฐเป็นไปอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น เมื่อเทียบกับการเจรจารอบก่อนหน้านี้ที่ประเทศโอมาน
นายอารักชีเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในหลักการทั่วไป ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาและจัดทำเป็นข้อความในข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ดี นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ โดยสหรัฐได้ให้เวลา 2 สัปดาห์แก่อิหร่านเพื่อลดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย
'ในบางมุม การเจรจาเป็นไปได้ดี และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพบกันอีก แต่ในอีกหลายแง่มุม เห็นได้ชัดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กำหนดเส้นแดงไว้ และฝ่ายอิหร่านยังไม่เต็มใจที่จะยอมรับ และดำเนินการแก้ไขในประเด็นเหล่านั้น' นายแวนซ์กล่าวกับสำนักข่าว Fox News
นอกจากนี้ นายแวนซ์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลังทหาร หากแนวทางการทูตไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
'เรามีกองทัพที่ทรงพลังมาก และท่านประธานาธิบดีได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะใช้มัน' นายแวนซ์ระบุ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า หากสหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ก็จะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ และนานหลายสัปดาห์ โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับการทำสงครามเต็มรูปแบบ มากกว่าที่จะใช้ปฏิบัติการจู่โจมอย่างรวดเร็วแบบที่ใช้ในการจับกุมตัวนายนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนม.ค.ในคืนนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
นายออสแตน กูลส์บี ประธานเฟด สาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในปีนี้ หากเงินเฟ้อลดลงสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด
นอกจากนี้ ตลาดจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนพ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 0.2% ในเดือนพ.ย.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนพ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 0.2% ในเดือนพ.ย.