สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (13 มี.ค.) และมีแนวโน้มลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 64.10 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 5,061.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ไท หว่อง เทรดเดอร์โลหะอิสระ กล่าวว่า แม้ว่าตลาดยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะยาวจากปัจจัยด้านการจัดสรรสินทรัพย์ แต่ราคาทองคำกำลังค่อย ๆ ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน
ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งทำให้ทองคำที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
Commerzbank ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ความคาดหวังต่อนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดัน
แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน แต่การที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงมักลดความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากทำให้ต้นทุนในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น
ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดเล็กน้อยในเดือนม.ค. และเมื่อรวมกับเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังไม่กลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักมากในช่วงสัปดาห์หน้า ไม่นานหลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาตรการผ่อนผันบางส่วนเป็นเวลา 30 วัน สำหรับการซื้อน้ำมันรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร
นอกจากนี้ การกลับมาเปิดเที่ยวบินบางส่วนจากดูไบในสัปดาห์นี้ ทำให้การขนส่งทองคำจากศูนย์กลางการค้าทองคำสำคัญของโลกแห่งนี้เริ่มกลับมาดำเนินการได้บางส่วนอีกครั้ง