สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (17 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการประกาศในวันพุธที่ 18 มี.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 6 ดอลลาร์ หรือ 0.12% ปิดที่ 5,008.20 ดอลลาร์/ออนซ์
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มบรรเทาลง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนจีนเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไปประมาณ 1 เดือน เนื่องจากการสู้รบกับอิหร่านยังคงยืดเยื้อ โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังไม่พร้อมที่จะยุติการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งขณะนี้กำลังย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3
รายงานระบุว่า ชาติพันธมิตรหลายรายของสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ประเทศเหล่านี้ส่งเรือรบไปคุ้มกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับปธน.ทรัมป์ ด้านรัฐมนตรีกลาโหมของเยอรมนีประกาศกร้าวว่า "นี่ไม่ใช่สงครามของเรา และเราไม่ได้เป็นคนเริ่มมัน" ในขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันพุธที่ 18 มี.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ โดยมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ตลอดจนรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์จาก Commerzbank ให้ความเห็นว่า การประชุมเฟดในครั้งนี้ไม่น่าจะมีผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาทองคำมากนัก เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาของสงครามในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน มีแนวโน้มที่จะทำให้เฟดดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง