สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) หลังปิดลบติดต่อกัน 3 วัน โดยราคาดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 13.10 ดอลลาร์ หรือ +0.28% ปิดที่ 4,642.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.91% แตะที่ 98.054 โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์จะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
ดอลลาร์ดิ่งลงเมื่อเทียบกับเยน หลังรัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เข้าแทรกแซงค่าเงิน โดยการซื้อเยนและขายดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแทรกแซงตลาดอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2567 เพื่อหนุนค่าเงินเยน
อย่างไรก็ดี แม้ราคาทองดีดตัวขึ้นในวันนี้ แต่ยังคงปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจะลดโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ซิตี้กรุ๊ปยังคงเป้าหมายราคาทองคำไว้ไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ 4,300 ดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า และ 5,000 ดอลลาร์ในระยะ 6-12 เดือน
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 8 ต่อ 4 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% โดยสมาชิก FOMC จำนวน 8 รายเห็นด้วยกับการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 4 รายลงมติไม่เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ โดยสตีเฟน มิแรน โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่อีก 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค, นีล แคชคารี และลอรี โลแกน สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ของเฟด
ผลการประชุมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การประชุมเฟดครั้งนี้เป็นการประชุมที่มีเสียงแตกมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.8% ในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.7% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.4% ในเดือนก.พ.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.0% ในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.4% ในเดือนก.พ.
ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)