ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นในวันนี้ หลังร่วงลงในช่วงแรกจากการที่สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ณ เวลา 21.44 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. บวก 8.90 ดอลลาร์ หรือ 0.19% สู่ระดับ 4,695.60 ดอลลาร์/ออนซ์
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนเม.ย.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.0% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2565 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.6% จากระดับ 4.3% ในเดือนมี.ค.
การพุ่งขึ้นของดัขนี PPI ในเดือนเม.ย.ได้รับผลกระทบจากการทะยานขึ้นของราคาพลังงาน อันเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 1.4% ในเดือนเม.ย. โดยเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2565 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.5% จากระดับ 0.7% ในเดือนมี.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.2% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.3% จากระดับ 4.0% ในเดือนมี.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 1.0% ในเดือนเม.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.2% ในเดือนมี.ค.
นักลงทุนจับตาการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเขาได้เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในช่วงค่ำวันนี้ (13 พ.ค.) ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ก่อนที่เขาจะเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์มีกำหนดเยือนจีนระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม ตามคำเชิญของปธน.สี
การเดินทางดังกล่าว ถือเป็นการเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 9 ปี และเป็นครั้งที่ 2 ของปธน.ทรัมป์ นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560
กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ผู้นำทั้งสองจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ตลอดจนสันติภาพและการพัฒนาของโลก
รัฐบาลอินเดียประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% และภาษีโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรและการพัฒนาในอัตรา 5% สำหรับการนำเข้าทองคำและโลหะเงิน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (13 พ.ค.)
หลังการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว อัตราภาษีที่แท้จริงของทองคำและโลหะเงิน ซึ่งรวมทั้งภาษีสินค้าและบริการแบบบูรณาการ (IGST) จะอยู่ที่ระดับ 18.4%
มาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งได้เรียกร้องให้ชาวอินเดียหลีกเลี่ยงการซื้อทองคำเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่
นอกจากนี้ การเรียกเก็บภาษีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลในการลดการนำเข้าทองคำเพื่อรักษาทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งหนุนให้รูปีแข็งค่าขึ้น
นายราเจช ปัลวิยา เชน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของแอกซิส ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า มาตรการของรัฐบาลจะช่วยรักษาทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ แต่ก็จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องประดับเช่นกัน