ราคาทองฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 3% หลุดระดับ 4,600 ดอลลาร์ในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และความตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งตอกย้ำการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าจะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ณ เวลา 21.10 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลบ 148.20 ดอลลาร์ หรือ 3.16% สู่ระดับ 4,537.10 ดอลลาร์/ออนซ์
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก พุ่งแตะระดับ 4.54% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2568 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งทะลุระดับ 5.1% ใกล้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกดีดตัวขึ้นเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ท่ามกลางเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นเกือบ 3% สู่ระดับ 109 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของการขนส่งอุปทานน้ำมัน
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนัก 40% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.