สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 7.20 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดที่ 4,542.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจากมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีสัญญาณที่ดีในระดับหนึ่ง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ต้องการทำข้อตกลงที่ดีกับอิหร่าน นอกจากนี้ รูบิโอกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง จะเดินทางไปยังอิหร่านเพื่อเข้าร่วมการเจรจา
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนการกู้ยืม ปรับตัวลง 0.2% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวล หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวขึ้นในช่วงแรก ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม แม้มีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้า แต่นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาสันติภาพซึ่งยังคงอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน โดยรูบิโอกล่าวว่า ข้อตกลงทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากอิหร่านใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ ขณะที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ในที่สุดแล้วสหรัฐฯ จะยึดคืนคลังสำรองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่ายูเรเนียมเหล่านี้ถูกกำหนดไว้สำหรับใช้เป็นอาวุธนิวเคลียร์ แม้ว่าอิหร่านยืนยันว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานอย่างสันติก็ตาม
ด้านโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกคำสั่งว่า คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องไม่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเชื่อว่าการส่งวัสดุดังกล่าวออกไปต่างประเทศ จะทำให้อิหร่านมีความเปราะบางต่อการถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีในอนาคต ซึ่งความเคลื่อนไหวของอิหร่านถือเป็นการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในการทำข้อตกลงสันติภาพ