ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $43.20 กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ดอลล์แข็งฉุดตลาด

ข่าวต่างประเทศ Tuesday June 23, 2026 06:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 1% ในวันจันทร์ (22 มิ.ย.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปีนี้

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 43.20 ดอลลาร์ หรือ 1.02% ปิดที่ 4,202.70 ดอลลาร์/ออนซ์

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.29% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ

ราคาทองคำยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อนั้น จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลาที่รวดเร็วขึ้นในปีนี้ โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งเร็วกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.

คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50%-3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. แต่ในรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเฟดบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้

นักวิเคราะห์ของ โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ ณ สิ้นปี 2569 ลง 500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาอยู่ที่ระดับ 4,900 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากคาดว่าเฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกแล้วในปี 2569

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ความต้องการทองคำอาจลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 4,400 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันพฤหัสบดีนี้ (25 มิ.ย.) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ