สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันพุธ (24 มิ.ย.) โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดราคาทองคำ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 140.60 ดอลลาร์ หรือ 3.39% ปิดที่ 4,008.80 ดอลลาร์/ออนซ์
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดทองคำได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย. และจะปรับขึ้นอีก 0.25% ในเดือนธ.ค. เนื่องจากเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นการแสดงจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากกว่าที่คาดไว้
ด้านแบงก์ ออฟ อเมริกา (BofA) คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากถึง 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงมุมมองอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปีนี้
ทั้งนี้ BofA คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย., ต.ค. และธ.ค. โดยจะปรับขึ้นครั้งละ 0.25% รวมเป็น 0.75% ในปีนี้
การคาดการณ์ดังกล่าวของ BofA ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสะท้อนให้เห็นว่าความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลังการประชุมนโยบายการเงิน (FOMC) ในเดือนมิ.ย.ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์จาก ING ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ โดยคาดว่าราคาเฉลี่ยของทองคำจะอยู่ที่ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ในไตรมาส 3/2569 และคาดว่าราคาจะอยู่ที่ 4,600 ดอลลาร์ในไตรมาส 4/2569 เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4,850 ดอลลาร์ และ 5,000 ดอลลาร์ ตามลำดับ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (25 มิ.ย.) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 4.0% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.3% ในเดือนเม.ย.