ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $4.9 เหตุดอลล์อ่อน-ความไม่แน่นอนหนุนแรงซื้อ

ข่าวต่างประเทศ Saturday November 7, 2020 07:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 พ.ย.) เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้หนุนแรงซื้อสัญญาทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 4.90 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,951.70 ดอลลาร์/ออนซ์ และปรับตัวขึ้น 3.8% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค.

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 47.1 เซนต์ หรือ 1.87% ปิดที่ 25.662 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 50 เซนต์ หรือ 0.06% ปิดที่ 899.4 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 116.40 ดอลลาร์ หรือ 4.9% ปิดที่ 2,500 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกันแล้ว โดยสัปดาห์นี้ปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงรุนแรงที่สุดในสัปดาห์นี้นับตั้งแต่เดือนมี.ค.

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนความน่าสนใจของทอง โดยดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำให้ราคาถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่นด้วย

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.31% แตะที่ 92.2369 เมื่อคืนนี้ และร่วงลง 1.9% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการร่วงลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.

นอกจากนี้ สัญญาทองยังได้แรงหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 49,627,891 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,247,877 ราย

ส่วนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานที่ดีเกินคาดของสหรัฐในวันศุกร์ได้สกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของสัญญาทอง โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 638,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 530,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 6.9% ในเดือนต.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 7.7% หลังจากแตะระดับ 7.9% ในเดือนก.ย.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ