ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (7 ม.ค.) ราคาสัญญาข้าวสาลีในตลาดสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ นักวิเคราะห์ชี้เป็นผลจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่สร้างความกังวลต่อสถานการณ์พืชผลในภูมิภาคเพลนส์ (Plains) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ขณะที่ราคาถั่วเหลืองและข้าวโพดปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบสัปดาห์เช่นกัน ขานรับรายงานยอดขายถั่วเหลืองสหรัฐฯ ให้แก่จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.75 เซนต์ หรือ +0.62% ปิดที่ 4.4675 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 7.50 เซนต์ หรือ +1.47% ปิดที่ 5.1800 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 10.75 เซนต์ หรือ +1.02% ปิดที่ 10.6700 ดอลลาร์/บุชเชล
ราคาข้าวสาลีและถั่วเหลืองเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากร่วงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่เหล่าเทรดเดอร์กำลังจับตารายงานสถานการณ์พืชผลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ที่มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า
ข้อมูลจาก USDA เมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) ระบุว่า คะแนนประเมินสภาพพืชผลข้าวสาลีฤดูหนาวในรัฐแคนซัส ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลัก รวมถึงรัฐอื่น ๆ ในแถบเพลนส์ ปรับตัวลดลงในช่วงเดือนธ.ค.
ริช เนลสัน หัวหน้านักกลยุทธ์จาก Allendale ให้ความเห็นว่า แม้ตัวเลขที่ลดลงจะดึงดูดความสนใจของเทรดเดอร์ แต่สภาพอากาศที่แห้งแล้งในช่วงนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตโดยตรง
"มันเป็นปัจจัยทางจิตวิทยา" เนลสันกล่าวเสริม พร้อมระบุว่าปริมาณฝนในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลผลิตมากกว่า
ตลาดฟื้นตัวขึ้นจากการติดลบเมื่อวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนเร่งปรับสถานะการถือครองพอร์ตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำปี และปรับตำแหน่งการลงทุนก่อนที่ USDA จะเปิดเผยรายงานในวันที่ 12 ม.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าอาจมีการปรับลดประมาณการผลผลิตข้าวโพดของปีที่ผ่านมาลง เนื่องจากเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งในช่วงปลายฤดูเพาะปลูก
นอกจากนี้ USDA ยืนยันว่าผู้ส่งออกได้ขายถั่วเหลืองให้แก่จีนอีก 336,000 เมตริกตัน ซึ่งเป็นการจัดซื้ออย่างต่อเนื่องหลังทั้งสองประเทศพักรบสงครามการค้าเมื่อปลายเดือนต.ค. ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า Sinograin หน่วยงานสำรองธัญพืชของรัฐบาลจีน ได้กว้านซื้อถั่วเหลืองไปอีกราว 600,000 ตันในสัปดาห์นี้
ด้านสมาคมผู้ส่งออกธัญพืชบราซิล (Anec) มองว่าการที่จีนหันไปซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ มากขึ้น อาจส่งผลให้ความต้องการถั่วเหลืองจากบราซิลลดน้อยลงในปีนี้