ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (13 ม.ค.) ราคาสัญญาข้าวโพดปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ร่วงต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตมหาศาลจากการเก็บเกี่ยวที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.75 เซนต์ หรือ -0.42% ปิดที่ 4.1975 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 0.75 เซนต์ หรือ -0.15% ปิดที่ 5.1050 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 10.25 เซนต์ หรือ -0.98% ปิดที่ 10.3875 ดอลลาร์/บุชเชล
ขณะเดียวกัน ราคาถั่วเหลืองร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง หลัง USDA ปรับลดคาดการณ์การส่งออกของสหรัฐฯ และเพิ่มตัวเลขประมาณการผลผลิตของคู่แข่งสำคัญอย่างบราซิล ด้านราคาข้าวสาลีปรับลดลงตามทิศทางเดียวกับข้าวโพดและถั่วเหลือง
รายงานของ USDA สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับเพิ่มประมาณการผลผลิตข้าวโพดปี 2569 สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีการปรับลดตัวเลขลง นอกจากนี้ยังระบุว่าสต๊อกธัญพืชรายไตรมาสของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อเก็งกำไรของถูกและปัจจัยทางเทคนิคช่วยพยุงให้ราคาไม่ปรับลดลงรุนแรงนัก ขณะที่นักลงทุนเริ่มหันไปติดตามสภาพอากาศในบราซิล ซึ่งเกษตรกรกำลังเตรียมเพาะปลูกข้าวโพดรอบสอง ซึ่งเป็นผลผลิตรอบใหญ่
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า สำหรับข้าวโพดถือเป็นเหตุการณ์ประเภทเจ็บแต่จบ หลังจากนี้ความเสี่ยงจะไปตกอยู่ที่สภาพอากาศในอเมริกาใต้แทน แต่สำหรับถั่วเหลือง สถานการณ์ยังไม่เป็นบวกแบบนั้น
ผลผลิตที่ทำสถิติสูงสุดของบราซิลมีแนวโน้มจะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดถั่วเหลืองสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า และยังไม่แน่ชัดว่าการเข้าซื้ออย่างคึกคักของจีนในช่วงที่ผ่านมาจะดำเนินต่อไปหรือไม่ หลังจากบรรลุเป้าหมายการจัดซื้อ 12 ล้านเมตริกตันแล้ว