ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันศุกร์ (27 ก.พ.) ธัญพืชปิดบวกทั้งกระดาน นำโดยสัญญาข้าวสาลีปิดพุ่งขึ้นเกือบ 3% โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย (short-covering) พร้อมกับจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือ +1.13% ปิดที่ 4.4850 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 17 เซนต์ หรือ +2.96% ปิดที่ 5.9150 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 7.25 เซนต์ หรือ +0.62% ปิดที่ 11.7075 ดอลลาร์/บุชเชล
นักวิเคราะห์จาก Commerzbank ให้ความเห็นว่า มีหลายสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขายสัญญาข้าวสาลี โดยส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาภัยแล้งและไฟป่าในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ รวมถึงข่าวรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนในเมืองท่าโอเดสซา และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ทำให้นักลงทุนต้องปรับโพสิชันการลงทุน
สัญญาข้าวโพดปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยที่ผ่านมานั้นราคาข้าวโพดมักมีความเชื่อมโยงกับน้ำมัน เนื่องจากข้าวโพดเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเอทานอล
ด้านกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานยอดการส่งออกข้าวโพดของสหรัฐฯ แบบขายด่วน (flash sale) เป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยครั้งนี้มีการระบุว่าข้าวโพดจำนวน 257,000 เมตริกตัน มุ่งหน้าไปยัง "จุดหมายปลายทางที่ไม่ระบุชื่อ" เพื่อส่งมอบในปีการตลาด 2568/2569 ขณะที่นักลงทุนยังคงรอการยืนยันว่าจีนจะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติมหรือไม่