ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (16 มี.ค.) สัญญาถั่วเหลืองร่วงลงจนติดฟลอร์การซื้อขายรายวัน และทำสถิติปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 หลังจากที่เพิ่งพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดถูกกดดันอย่างหนักจากกระแสข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อาจเลื่อนการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งบั่นทอนความหวังที่จีนจะสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม ขณะที่สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีต่างก็ปิดร่วงลงเช่นกัน
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 13.25 เซนต์ หรือ -2.84% ปิดที่ 4.5400 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 16.50 เซนต์ หรือ -2.69% ปิดที่ 5.9725 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 70.00 เซนต์ หรือ -5.71% ปิดที่ 11.5525 ดอลลาร์/บุชเชล
ด้านตลาด CME ได้ประกาศขยายกรอบการซื้อขายรายวันสำหรับการซื้อขายในวันอังคารนี้ (17 มี.ค.) เพื่อรองรับความผันผวน หลังทำเนียบขาวออกมาเปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน อาจถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากปธน.ทรัมป์กำลังให้ความสำคัญกับการทำสงครามกับอิหร่าน ขณะที่ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ Financial Times เมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาอาจเลื่อนการประชุมสุดยอดกับปธน.สี จิ้นผิง หากจีนไม่ช่วยให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง
นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า หากการประชุมสุดยอดถูกเลื่อนออกไป ข้อตกลงทางการค้าก็จะล่าช้าตามไปด้วย และอาจล้มเหลวในท้ายที่สุด
สำหรับสัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีที่ปรับตัวลงนั้น นอกจากจะได้รับผลกระทบจากข่าวความล่าช้าของการประชุมสุดยอดแล้ว ยังถูกกดดันจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกำลังดึงดูดกระแสเงินทุนให้ออกจากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และไหลเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แทน