ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (17 มี.ค.) สัญญาถั่วเหลืองกลับมาปิดบวกได้สำเร็จ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความชัดเจนเรื่องกำหนดการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สัญญาข้าวสาลีร่วงลงจากแรงกดดันด้านการแข่งขัน และสัญญาข้าวโพดปิดทรงตัว
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดทรงตัวที่ระดับ 4.5400 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 7.50 เซนต์ หรือ -1.26% ปิดที่ 5.8975 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.75 เซนต์ หรือ +0.15% ปิดที่ 11.5700 ดอลลาร์/บุชเชล
ก่อนหน้านี้ ตลาดถั่วเหลืองเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนราคาดิ่งแตะระดับต่ำสุดของวัน โดยรูดลงถึง 70 เซนต์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.) ซึ่งมีต้นตอมาจากบทสัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) เมื่อวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ที่ระบุว่า อาจเลื่อนการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไป เพื่อกดดันให้รัฐบาลปักกิ่งช่วยแก้ปัญหาการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่า ยอดสั่งซื้อถั่วเหลืองจากจีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของโลกอาจชะงักงัน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พลิกกลับมาเป็นบวกในวันอังคาร เมื่อปธน.ทรัมป์ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ตนและผู้นำจีนกำลัง "จัดตารางเวลาใหม่" โดยคาดว่าจะได้หารือกันในอีก 5-6 สัปดาห์ข้างหน้า ทำให้ตลาดคลายความกังวลลง
นอกจากประเด็นสงครามการค้า สัญญาถั่วเหลืองยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทะยานขึ้น หลังมีรายงานอิหร่านโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งจุดชนวนความตึงเครียดเรื่องสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และอาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันดิบโลก ความผันผวนนี้ส่งผลดีต่อตลาดธัญพืช โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลืองและข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel)
ประเด็นอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวซีบีเอส นิวส์ (CBS News) รายงานว่า ปธน.ทรัมป์เตรียมเปิดทำเนียบขาวหารือกับกลุ่มเกษตรกรและผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในวันที่ 27 มี.ค.นี้ สอดคล้องกับมุมมองของแดน บาสส์ ประธานบริษัท AgResource ที่ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมคลอดกฎระเบียบขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโควตาการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพก่อนสิ้นเดือนนี้ ซึ่งกระตุ้นความคาดหวังว่าความต้องการใช้น้ำมันถั่วเหลืองจะพุ่งสูงขึ้น และกลายเป็นแรงส่งชั้นดีให้กับตลาดน้ำมันพืช
ในส่วนของธัญพืชอื่น ๆ สัญญาข้าวสาลีถูกกดดันอย่างหนักจากการตีตลาดของผลผลิตจากรัสเซียที่มีราคาถูกกว่า ประกอบกับมีแรงเทขายทำกำไรหลังจากสภาพอากาศหนาวเย็นในเขตเพาะปลูกที่ราบของสหรัฐฯ (U.S. Plains) เริ่มผ่านพ้นไปแล้ว ขณะที่สัญญาข้าวโพดไม่มีปัจจัยชี้นำใหม่เข้ามาในตลาด ทำให้ราคาปิดทรงตัว