ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันศุกร์ (20 มี.ค.) สัญญาธัญพืชปิดลบทั้งกระดาน นำโดยสัญญาข้าวสาลีปิดร่วงลงกว่า 2% เนื่องจากแรงขายทำกำไรและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 4.25 เซนต์ หรือ -0.90% ปิดที่ 4.6550 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 12.75 เซนต์ หรือ -2.10% ปิดที่ 5.9525 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 7.25 เซนต์ หรือ -0.62% ปิดที่ 11.6125 ดอลลาร์/บุชเชล
นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาธัญพืชพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและเป็นปัจจัยบวกต่อสัญญาธัญพืช โดยเฉพาะถั่วเหลืองและข้าวโพดมักเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน เนื่องจากพืชทั้งสองชนิดถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างแพร่หลาย
ทั้งนี้ การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านได้ตัดอุปทานปุ๋ยไนโตรเจนที่สำคัญจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียไปยังเกษตรกรทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาธัญพืชและพืชน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา โดยมากกว่า 30% ของการส่งออกปุ๋ยไนโตรเจนของโลก รวมถึงวัตถุดิบปุ๋ยอย่างกำมะถัน ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้ถูกปิดกั้น
นอกเหนือจากแรงขายทำกำไรแล้ว การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดสัญญาธัญพืชปิดลบในวันศุกร์ โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.42% แตะที่ระดับ 99.641 ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาธัญพืชซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
นักลงทุนยังคงจับตาสงครามอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้เสนอให้มีการจัดตั้งโครงสร้างความมั่นคงที่ประกอบด้วยกลุ่มประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างหลักประกันด้านสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันตกโดยไม่มีการแทรกแซงจากต่างชาติ พร้อมกับย้ำว่า เงื่อนไขสำคัญของอิหร่านในการยุติสงครามคือ สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องยุติการรุกรานโดยทันที และต้องมีการรับประกันว่าเหตุโจมตีในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต