ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (6 เม.ย.) สัญญาข้าวสาลีร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ หลังพยากรณ์อากาศระบุว่าฝนจะตกลงมาช่วยบรรเทาภัยแล้งและหนุนแนวโน้มผลผลิตในเขตที่ราบเกรตเพลนส์ (U.S. Plains) ขณะที่สัญญาข้าวโพดและถั่วเหลืองขยับขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางการจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.75 เซนต์ หรือ +0.39% ปิดที่ 4.5400 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 3.00 เซนต์ หรือ -0.50% ปิดที่ 5.9525 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 3.25 เซนต์ หรือ +0.28% ปิดที่ 11.6675 ดอลลาร์/บุชเชล
สัญญาข้าวสาลีถูกกดดันจากพยากรณ์อากาศที่คาดว่า ภายใน 10 วันข้างหน้าจะมีฝนตกลงมาอย่างถูกจังหวะ ครอบคลุมพื้นที่ราว 2 ใน 3 ทางตะวันออกของเขตที่ราบ ซึ่งถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของสหรัฐฯ ปริมาณน้ำฝนดังกล่าวจะช่วยพลิกฟื้นโอกาสรอดของผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาว แม้ว่าพื้นที่ฝั่งตะวันตกสุดจะยังมีโอกาสเกิดฝนน้อยกว่าก็ตาม
หลังปิดตลาด กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้เผยแพร่รายงานความคืบหน้าการเพาะปลูกรายสัปดาห์ฉบับแรกของปี 2569 โดยประเมินว่าผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวเพียง 35% เท่านั้นที่อยู่ในเกณฑ์ "ดีถึงดีเยี่ยม" ตัวเลขนี้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และถือเป็นระดับต่ำสุดในช่วงเวลานี้ของปีนับตั้งแต่ปี 2566
ก่อนหน้านี้ ภัยแล้งได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเขตที่ราบตอนกลางและตอนใต้ โดยข้อมูลของ USDA ชี้ว่า ณ วันที่ 31 มี.ค. พื้นที่ปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวถึง 65% กำลังเผชิญภาวะแห้งแล้ง พุ่งขึ้นจากระดับ 57% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และ 37% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ด้านสัญญาข้าวโพดและถั่วเหลืองปิดแดนบวก ขณะที่เทรดเดอร์ประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้อิหร่านจะเรียกร้องให้ยุติสงคราม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับย้ำคำขู่ว่าจะเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ หากรัฐบาลเตหะรานไม่ยอมทำข้อตกลงภายในคืนวันอังคารนี้ (7 เม.ย.)
ตลาดยังเฝ้ารอการประชุมนัดสำคัญในช่วงกลางเดือนพ.ค. ระหว่างปธน.ทรัมป์ กับปธน.สี จิ้นผิง ซึ่งจะเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 8 ปีของผู้นำสหรัฐฯ โดยจีนนั้นมีสถานะเป็นผู้ซื้อถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก