ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (6 พ.ค.) สัญญาธัญพืชปิดร่วงลงทั้งกระดานจนลบล้างช่วงบวกที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก จนกระตุ้นให้กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์แห่เทขายเพื่อปิดสถานะ Long หลังจากที่ก่อนหน้านี้เข้าถือครองสัญญาล่วงหน้าในปริมาณมหาศาล
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 11.50 เซนต์ หรือ -2.40% ปิดที่ 4.6850 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 10.50 เซนต์ หรือ -1.67% ปิดที่ 6.1725 ดอลลาร์/บุชเชล ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 16.75 เซนต์ หรือ -1.38% ปิดที่ 11.9475 ดอลลาร์/บุชเชล
ชนวนเหตุสำคัญที่กดดันตลาดในครั้งนี้คือ ราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยุติลง โดยมีรายงานจากปากีสถานในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ยว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับย่อความยาวหนึ่งหน้ากระดาษแล้ว
อนึ่ง ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบส่งผลกระทบต่อตลาดธัญพืชโดยตรง เนื่องจากน้ำมันถั่วเหลืองและข้าวโพดเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนกำลังอยู่ในโหมดอยากถอนตัว โดยไม่เกี่ยวกับสภาพอากาศหรือความคืบหน้าในการเพาะปลูก แต่เป็นผลจากความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในแง่ภูมิรัฐศาสตร์
ทางด้านตลาดข้าวสาลีแม้จะปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบ แต่ยังมีปัจจัยเรื่องภัยแล้งในเขตเพาะปลูกของสหรัฐฯ ช่วยพยุงราคาไว้ได้บ้าง โดยแม้จะมีพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกในพื้นที่แห้งแล้งบางส่วนในสัปดาห์นี้ แต่กลุ่มเทรดเดอร์มองว่าฝนอาจมาช้าเกินกว่าจะช่วยกู้ผลผลิตในบางพื้นที่ได้
ปัจจัยดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานรายสัปดาห์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ที่ระบุว่า ผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวของสหรัฐฯ อยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยมเพียง 31% ซึ่งแม้จะเพิ่มขึ้นจาก 30% ในสัปดาห์ก่อน แต่ยังถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในช่วงเวลานี้ของปีนับตั้งแต่ปี 2566