ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (26 พ.ค.) สัญญาธัญพืชปรับตัวลงทั้งกระดาน โดยได้รับแรงกดดันจากรายงานปัจจัยสภาพอากาศในสหรัฐฯ ประกอบกับมีแรงเทขายของกลุ่มกองทุนเข้ามาสมทบ
สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 5.75 เซนต์ หรือ -1.24% ปิดที่ 4.5750 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 10.75 เซนต์ หรือ -1.66% ปิดที่ 6.3550 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 10.50 เซนต์ หรือ -0.88% ปิดที่ 11.8600 ดอลลาร์/บุชเชล
สัญญาข้าวโพดปิดตลาดปรับตัวลดลง โดยกลุ่มเทรดเดอร์ชี้ว่า สภาพอากาศแห้งในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตคอร์นเบลต์ (Corn Belt) จะเอื้อต่อการหว่านไถและเพาะปลูก แม้จะส่งผลให้พื้นที่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของมิดเวสต์และเขตที่ราบตอนเหนือมีสภาพแห้งแล้งขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ดี ฝนที่ตกลงมาไม่นานนี้ได้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในดินในพื้นที่เพาะปลูกบางส่วนแล้ว
ด้านสัญญาข้าวสาลีปิดตลาดลดลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ตามทิศทางของตลาดสินค้าเกี่ยวเนื่องอย่างข้าวโพดและถั่วเหลือง ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงเทขายปรับพอร์ตของกลุ่มกองทุนก่อนสิ้นเดือนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันตลาดธัญพืช
นักวิเคราะห์รายหนึ่งให้ความเห็นเกี่ยวกับการดิ่งลงของราคาข้าวสาลีว่า ฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ประสบภัยแล้งแถบเขตที่ราบของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาเชิงลบต่อราคาสัญญาข้าวสาลี ทว่าปริมาณน้ำฝนดังกล่าวกลับตกลงมาล่าช้าเกินไปจนไม่สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพของพืชผลให้ดีขึ้นได้
สำหรับสัญญาถั่วเหลืองปิดตลาดอ่อนตัวลง โดยได้รับปัจจัยลบจากแรงเทขายของกองทุนและสภาพอากาศสหรัฐฯ ที่เป็นใจ โดยเทรดเดอร์ประเมินว่าสภาพอากาศโดยรวมเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกช่วงปลายฤดูรวมถึงการเจริญเติบโตในระยะแรกของพืชผลในเขตฟาร์มเบลต์ (Farm Belt)
ขณะเดียวกัน ตลาดยังเผชิญปัจจัยกดดันจากอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันถั่วเหลืองรวมถึงกากถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก โดย หลุยส์ กาปูโต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่า รัฐบาลมีแผนจะทยอยปรับลดภาษีส่งออกสินค้าเกษตรหลักของประเทศลงอย่างต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้า