สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (2 ก.ย.) เนื่องจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจมหภาคเข้ามากดดันตลาดเป็นการชั่วคราว จนบดบังผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนอุปทานในขณะนี้ ส่งผลให้ราคายังคงทรงตัวในแดนลบต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.7 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 0.75 เซนต์ หรือ -0.11% ปิดที่ 6.5930 ดอลลาร์ต่อปอนด์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องตามทิศทางราคาพลังงานที่ฟื้นตัว ประกอบกับตลาดกังวลต่อปัญหาการขาดดุลงบประมาณภาครัฐที่ขยายตัวขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แนวโน้มภาคการผลิตในวงกว้างซบเซาลง และเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาโลหะพื้นฐานปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ดี สงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุรุนแรงขึ้นอีกระลอกยังคงกดดันอุปทานกรดซัลฟิวริกทั่วโลก ส่งผลให้โรงกลั่นและสกัดทองแดงขาดแคลนสารเคมีสำคัญในการผลิต
นอกจากนี้ ตลาดยังกังวลว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าทองแดงที่ยังไม่ได้แปรรูป จึงกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อเพื่อเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้า ส่งผลให้เส้นกราฟโครงสร้างราคาแบบ Backwardation ชันขึ้น (ส่วนต่างราคาสัญญาส่งมอบระยะใกล้แพงกว่าระยะไกลถ่างกว้างขึ้น) ในตลาดซื้อขายทองแดงหลักของชาติตะวันตก
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์