ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (1 มิ.ย.) สัญญาข้าวโพดของสหรัฐฯ ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกในสหรัฐฯ และปริมาณอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงแรงกดดันทางเทคนิค ได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายจากกองทุน
สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 2.75 เซนต์ หรือ -0.62% ปิดที่ 4.4400 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 1.75 เซนต์ หรือ -0.29% ปิดที่ 6.0875 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 6.00 เซนต์ หรือ -0.51% ปิดที่ 11.8075 ดอลลาร์/บุชเชล
ตลาดธัญพืชโดยรวมปรับตัวอ่อนแอลง แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งสูงขึ้นจากการปะทะกันระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ตลาดเกิดความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านก็ตาม
ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ตลาดธัญพืชมีทิศทางขึ้นลงตามราคาน้ำมันดิบท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลกับฝ่ายอิหร่าน ซึ่งสะท้อนถึงการนำพืชผลเกษตรไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่สภาพอากาศที่ดีและการซื้อขายที่ซบเซาในสหรัฐฯ รวมถึงแนวโน้มการเก็บเกี่ยวที่ได้ผลดีในอเมริกาใต้ ได้เข้ามาเป็นปัจจัยกดดันราคาข้าวโพดและถั่วเหลืองมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ความต้องการซื้อจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองหลักก็ยังคงเงียบเหงา
ดอน รูส ประธานบริษัท U.S. Commodities กล่าวว่า "เรื่องสภาพอากาศคือปัจจัยหลักในตอนนี้ แถมในความเป็นจริง เกษตรกรในสหรัฐฯ ยังมีสต๊อกผลผลิตฤดูกาลเก่าปริมาณมากที่ต้องเร่งระบายออกไปก่อนที่ผลผลิตฤดูกาลใหม่จะออกสู่ตลาด"
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) มีกำหนดเปิดเผยรายงานประเมินสภาพพืชผลรายสัปดาห์ฉบับแรกในช่วงค่ำวันจันทร์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าทางการจะประเมินให้ผลผลิตข้าวโพด 70% และผลผลิตถั่วเหลือง 68% อยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยม ขณะเดียวกัน สภาพอากาศที่แห้งแล้งขึ้นในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ช่วยคลายความกังวลเรื่องการเพาะปลูกล่าช้า ส่วนฝนที่ตกลงมาในแถบเกรตเพลนส์ของสหรัฐฯ ก็ช่วยบรรเทาความกลัวเรื่องภัยแล้งไปได้มาก
นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาข้าวสาลีที่เคยปรับตัวขึ้นเพราะปัญหาภัยแล้งทำลายพืชผลฤดูหนาวในสหรัฐฯ นั้น ได้อ่อนแรงลงจนร่วงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือน เนื่องจากแนวโน้มการเก็บเกี่ยวในพื้นที่อื่น ๆ ของซีกโลกเหนือออกมาดี ประกอบกับราคาข้าวสาลีส่งออกของสหรัฐฯ ขาดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. บนกราฟต่อเนื่อง (continuous chart) หลังจากราคาปรับตัวขึ้นไปชนแนวต้านทางเทคนิคที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน (100-day moving average)