ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% ทะลุระดับ 59 ดอลลาร์ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าภาวะปั่นป่วนทางการเมืองในอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในประเทศ
ณ เวลา 21.50 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.พ. บวก 1.33 ดอลลาร์ หรือ 2.30% สู่ระดับ 59.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
นายโอเล่ ฮันเซน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank กล่าวว่า การประท้วงในอิหร่านดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ตลาดเริ่มกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อภาวะหยุดชะงักของการผลิตน้ำมัน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในตลาด
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 3.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 447,000 บาร์เรล
ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐ เช่น เอ็กซอนโมบิล, เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์ มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา และแนวทางที่บริษัทสหรัฐอาจเข้ามีส่วนร่วม
เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก โดยมีแหล่งน้ำมันดิบสำรองราว 3 แสนล้านบาร์เรล หรือราว 17% ของปริมาณสำรองทั่วโลก
เวเนซุเอลาเคยผลิตน้ำมันได้สูงสุดราว 3.5 ล้านบาร์เรล/วันในช่วงปลายทศวรรษ 1990 แต่หลังจากนั้นกำลังการผลิตได้ลดลงอย่างมาก โดยปัจจุบันผลิตน้ำมันได้เพียง 800,000 บาร์เรล/วัน
เชฟรอนเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพียงรายเดียวของสหรัฐที่ยังคงดำเนินงานอยู่ในเวเนซุเอลา และมีการส่งออกน้ำมันราว 140,000 บาร์เรล/วัน ณ สิ้นไตรมาส 4 ของปี 2568