ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $53.10 กังวลบอนด์ยีลด์พุ่ง-เงินเฟ้อสูง

ข่าวต่างประเทศ Wednesday August 19, 2026 06:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (18 ส.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 53.10 ดอลลาร์ หรือ 1.19% ปิดที่ 4,420.60 ดอลลาร์/ออนซ์

สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้บั่นทอนความหวังที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวในวันอังคารว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดต่อไป จนกว่าสหรัฐจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน และปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน พร้อมกับกล่าวว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ไม่มีการเจรจาใดๆ กับอิหร่าน และการปิดล้อมทางทะเลยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดและสามารถเดินเรือได้ตามปกติ โดยทุ่นระเบิดในทะเลทั้งหมดได้ถูกเก็บกู้หรือทำลายแล้ว

ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย


นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ (19 ส.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ