ราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงกว่า 3% หลุดระดับ 60 ดอลลาร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การสังหารในอิหร่านได้ยุติลงแล้ว ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐจะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน
ณ เวลา 18.20 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.พ. ดิ่งลง 2.26 ดอลลาร์ หรือ 3.64% สู่ระดับ 59.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าววานนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่สำคัญในอิหร่านว่า "การสังหารได้ยุติลงแล้ว"
'ผมได้รับแจ้งอย่างน่าเชื่อถือว่า ไม่มีแผนที่จะมีการประหารชีวิตใด ๆ โดยทำเนียบขาวจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป' ปธน.ทรัมป์กล่าว
มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน หลังเกิดความไม่สงบในอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลตอบโต้ด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง ซึ่งปธน.ทรัมป์ได้ขู่ว่าสหรัฐจะเข้าแทรกแซง หากรัฐบาลอิหร่านสังหารกลุ่มผู้ประท้วง
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันอังคาร หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ยกเลิกการประชุมกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน และให้คำมั่นกับผู้ประท้วงว่า "ความช่วยเหลือจากสหรัฐกำลังจะมาถึง" ขณะที่ราคายังคงดีดตัวขึ้นในวันพุธ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า สหรัฐอาจใกล้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่บางส่วนอพยพออกจากฐานทัพอากาศอัลอูเดอิดในกาตาร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่อังกฤษก็ได้เดินทางออกจากฐานทัพดังกล่าวเช่นกัน
นายจิม รีด นักวิเคราะห์จากดอยซ์แบงก์ระบุว่า ตลาดมองว่าความเห็นของปธน.ทรัมป์เกี่ยวกับการยุติการสังหารในอิหร่าน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสหรัฐอาจชะลอการตอบโต้ทางทหารต่ออิหร่าน
'อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันที่มีความสำคัญมากกว่าเวเนซุเอลา โดยผลิตน้ำมันคิดเป็นราว 4% ของอุปทานน้ำมันโลกในปี 2566 ดังนั้น ความเคลื่อนไหวในอิหร่านจึงมีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดน้ำมันโลก' นายรีดกล่าว
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับผลกระทบ หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ลดลงในตลาด
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 8.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 4.0 ล้านบาร์เรล