ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% ทะลุระดับ 64 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังสหรัฐขู่ใช้กำลังทหารถล่มอิหร่าน เหตุยังไม่ตอบรับข้อเรียกร้องของสหรัฐ
ณ เวลา 21.39 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมี.ค. บวก 1.78 ดอลลาร์ หรือ 2.84% สู่ระดับ 64.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
สหรัฐและอิหร่านได้เสร็จสิ้นการเจรจานิวเคลียร์ที่นครเจนีวาเมื่อวานนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายได้เปิดเผยผลการเจรจาที่แตกต่างกัน
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาทางอ้อมรอบที่สองระหว่างอิหร่านและสหรัฐเป็นไปอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น เมื่อเทียบกับการเจรจารอบก่อนหน้านี้ที่ประเทศโอมาน
นายอารักชีเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในหลักการทั่วไป ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาและจัดทำเป็นข้อความในข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ดี นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ โดยสหรัฐได้ให้เวลา 2 สัปดาห์แก่อิหร่านเพื่อปิดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย
'ในบางมุม การเจรจาเป็นไปได้ดี และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพบกันอีก แต่ในอีกหลายแง่มุม เห็นได้ชัดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กำหนดเส้นแดงไว้ และฝ่ายอิหร่านยังไม่เต็มใจที่จะยอมรับ และดำเนินการแก้ไขในประเด็นเหล่านั้น' นายแวนซ์กล่าวกับสำนักข่าว Fox News
นอกจากนี้ นายแวนซ์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลังทหาร หากแนวทางการทูตไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
'เรามีกองทัพที่ทรงพลังมาก และท่านประธานาธิบดีได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะใช้มัน' นายแวนซ์ระบุ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า หากสหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ก็จะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ และนานหลายสัปดาห์ โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับการทำสงครามเต็มรูปแบบ มากกว่าที่จะใช้ปฏิบัติการจู่โจมอย่างรวดเร็วแบบที่ใช้ในการจับกุมตัวนายนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา