ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% ทะลุระดับ 66 ดอลลาร์ในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารถล่มอิหร่าน หากการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านประสบความล้มเหลว
ณ เวลา 23.14 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมี.ค. บวก 1.43 ดอลลาร์ หรือ 2.19% สู่ระดับ 66.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติได้ประชุมกันในห้องสถานการณ์ (Situation Room) ที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับอิหร่าน และได้รับแจ้งว่ากองกำลังสหรัฐทั้งหมดที่ประจำการในภูมิภาคควรเตรียมความพร้อมทางการทหารภายในกลางเดือนมีนาคม
'ท่านประธานาธิบดีได้สั่งให้เพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินกลุ่มที่สอง โดยกำลังทั้งหมดควรมีความพร้อมภายในกลางเดือนมีนาคม' เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐกล่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งเพิ่มกำลังทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาค ขณะพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหาร หากการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านประสบความล้มเหลว
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะพบกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อหารือเรื่องอิหร่าน
นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ โดยสหรัฐได้ให้เวลา 2 สัปดาห์แก่อิหร่านเพื่อลดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย
'ในบางมุม การเจรจาเป็นไปได้ดี และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพบกันอีก แต่ในอีกหลายแง่มุม เห็นได้ชัดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กำหนดเส้นแดงไว้ และฝ่ายอิหร่านยังไม่เต็มใจที่จะยอมรับ และดำเนินการแก้ไขในประเด็นเหล่านั้น' นายแวนซ์กล่าวกับสำนักข่าว Fox News
นอกจากนี้ นายแวนซ์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลังทหาร หากแนวทางการทูตไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
'เรามีกองทัพที่ทรงพลังมาก และท่านประธานาธิบดีได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะใช้มัน' นายแวนซ์ระบุ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า หากสหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ก็จะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ และนานหลายสัปดาห์ โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับการทำสงครามเต็มรูปแบบ มากกว่าที่จะใช้ปฏิบัติการจู่โจมอย่างรวดเร็วแบบที่ใช้ในการจับกุมตัวนายนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา