ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกือบ 8% ในวันนี้ (3 มี.ค.) โดยเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ขยายวงกว้างขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน และเพิ่มความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลางจะหยุดชะงัก
ณ เวลา 18.43 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้น 6.05 ดอลลาร์ หรือ +7.8% สู่ระดับ 83.79 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 ที่ระดับ 85.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้น 5.31 ดอลลาร์ หรือ +7.5% สู่ระดับ 76.54 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ที่ระดับ 77.53 ดอลลาร์/บาร์เรล
สงครามทางอากาศระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้ทวีความรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) โดยอิสราเอลได้โจมตีเลบานอน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ และเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในสัดส่วนถึง 1 ใน 5 ของโลก
เรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ต่างพากันหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว หลังจากบริษัทประกันภัยยกเลิกความคุ้มครองเรือ ส่งผลให้อัตราค่าขนส่งน้ำมันและก๊าซทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ความกังวลยังทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากสื่ออิหร่านรายงานเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว พร้อมเตือนว่าจะยิงเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่าน
"แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าสำหรับตลาดคือการที่อิหร่านอาจพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มเติมในภูมิภาค ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของอุปทานที่ยาวนานขึ้น" นักวิเคราะห์จาก ING ระบุในรายงาน
สื่อของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานในวันนี้ว่า ทางการกำลังรับมือกับเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ท่าเรือฟุญัยเราะฮ์ ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการเดินเรือเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การขนถ่ายน้ำมันดิบคีร์คูกของอิรักที่ท่าเรือเจย์ฮันของตุรกีได้ยุติลงแล้วในวันนี้
นับตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีทั่วภูมิภาค โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในหลายประเทศต้องระงับการดำเนินงาน เนื่องจากได้รับความเสียหายหรือเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน โดยกาตาร์ได้ระงับการผลิต LNG อิสราเอลหยุดการผลิตที่แหล่งก๊าซบางแห่ง ซาอุดีอาระเบียปิดโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุด และการผลิตในพื้นที่เคอร์ดิสถานของอิรักแทบจะหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง
ในตลาดก๊าซ สัญญาซื้อขายก๊าซอ้างอิงของเนเธอร์แลนด์ ราคาก๊าซของอังกฤษ ตลอดจนราคา LNG ในยุโรปและเอเชียต่างพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่ตลาดจับตาผลกระทบจากความขัดแย้งที่บานปลาย ด้านบริษัท Bernstein ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในปี 2569 สู่ระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิมที่ 65 ดอลลาร์ แต่ระบุว่าราคาอาจพุ่งทะยานถึง 120-150 ดอลลาร์ในกรณีเลวร้ายสุดหากสงครามยืดเยื้อ
สัญญาน้ำมันสำเร็จรูปก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน เนื่องจากโรงกลั่นในตะวันออกกลางมีความเสี่ยง โดยสัญญาน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำพิเศษของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 11% สู่ระดับ 3.22 ดอลลาร์/แกลลอน หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีเมื่อวันจันทร์ ส่วนสัญญาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 5% สู่ระดับ 2.49 ดอลลาร์/แกลลอน ขณะที่สัญญาน้ำมันแก๊สออยล์ของยุโรปพุ่งขึ้น 13% สู่ระดับ 997.80 ดอลลาร์/ตัน หลังทะยานขึ้นถึง 18% เมื่อวันจันทร์