💥*น้ำมันโลกพุ่งแรง! เบรนท์แตะ $119/WTI ทะลุ $98 "ทรัมป์" ขู่ถล่มแหล่งก๊าซอิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Thursday March 19, 2026 19:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับ 119 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุระดับ 98 ดอลลาร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เตือนว่า สหรัฐจะทำลายแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) ของอิหร่าน หากอิหร่านยังคงมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกาตาร์

ณ เวลา 18.54 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. บวก 2.05 ดอลลาร์ หรือ 2.13% สู่ระดับ 98.37 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ บวก 7.65 ดอลลาร์ หรือ 7.12% สู่ระดับ 115.03 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากพุ่งแตะระดับ 119 ดอลลาร์ในช่วงแรก

ทั้งนี้ อิหร่านได้โจมตีนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟานของกาตาร์ ซึ่งเป็นโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้อิสราเอลที่ทิ้งระเบิดโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันในแหล่งเซาท์พาร์ส และอาซาลูเยห์ของอิหร่าน

ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส เว้นแต่อิหร่านจะตัดสินใจโจมตีกาตาร์ ซึ่งหากเกิดกรณีดังกล่าว สหรัฐจะระเบิดทำลายพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สอย่างรุนแรงด้วยกำลังและอำนาจในระดับที่อิหร่านไม่เคยพบเห็นมาก่อน

ซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า การหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 4-6 สัปดาห์ข้างหน้า อาจทำให้อุปทานน้ำมันหายไปถึง 11-16 ล้านบาร์เรล/วัน และผลักดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นไปอยู่ที่ 110-120 ดอลลาร์/บาร์เรล

ในกรณีที่รุนแรงมากขึ้น ซิตี้กรุ๊ประบุว่า หากเกิดการหยุดชะงักเป็นเวลานาน หรือมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในวงกว้าง อาจทำให้ราคาน้ำมันเฉลี่ยในไตรมาส 2 และ 3 พุ่งขึ้นถึง 130 ดอลลาร์ และอาจพุ่งสูงสุดถึง 150 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือแม้กระทั่ง 200 ดอลลาร์ หากรวมผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป

นายทอม โคลซา ที่ปรึกษาพลังงานอาวุโสของกัลฟ์ ออยล์ เตือนว่า ตลาดอาจเข้าสู่สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ หากความขัดแย้งลุกลามออกนอกภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยเริ่มมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอื่น เช่น ยุโรป หรือสหรัฐ

เขากล่าวว่า 'ลองจินตนาการถึงปฏิกิริยาทั่วโลก หากอิหร่านโจมตีเป้าหมายนอกอ่าวเปอร์เซีย เช่น โรงกลั่นน้ำมันในรอตเตอร์ดัม หรือในสหรัฐ เมื่อนั้นสถานการณ์จะควบคุมไม่ได้ และราคาจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง'

นายแดน พิกเคอริง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของพิกเคอริง เอนเนอร์จี พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า 'เรากำลังเปลี่ยนจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ไปสู่ปัญหาอุปทานโดยตรง ซึ่งแตกต่างกันมาก โดยปัญหาห่วงโซ่อุปทานสามารถแก้ไขได้เร็ว แต่ถ้าความสามารถในการผลิต ไม่ว่าจะเป็น LNG หรือน้ำมัน เริ่มเปลี่ยนไป และจู่ ๆ ไม่สามารถขนส่งในปริมาณเท่าเดิมได้ เพราะไม่มีปริมาณเพียงพอ นี่จะเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น'


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ