สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (5 พ.ค.) หลังจากทำเนียบขาวยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้ และระบุว่าเรือพาณิชย์ 2 ลำของสหรัฐฯ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 4.15 ดอลลาร์ หรือ 3.9% ปิดที่ 102.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 4.57 ดอลลาร์ หรือ 3.99% ปิดที่ 109.87 ดอลลาร์/บาร์เรล
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันอังคารว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้ แม้มีการโจมตีจากอิหร่าน และสหรัฐฯ ยังคงทำการปิดล้อมทางทะเล
เฮกเซธยังกล่าวด้วยว่า เรือพาณิชย์ของสหรัฐฯ 2 ลำ พร้อมทั้งเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเส้นทางเดินเรือดังกล่าวสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ในขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ต้องการใช้แนวทางสันติในการนำทางลูกเรือกว่า 22,500 คนที่ติดค้างอยู่บนเรือมากกว่า 1,550 ลำให้ออกจากอ่าวเปอร์เซีย
คำยืนยันดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่ภูมิภาคตะวันออกกลางจะกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในสัปดาห์นี้
ด้านพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ กล่าวว่า การโจมตีล่าสุดของอิหร่านยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิง อิหร่านได้ยิงเรือพาณิชย์ 9 ครั้ง ยึดเรือคอนเทนเนอร์ 2 ลำ และโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ 10 ครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ยังต่ำกว่าระดับที่จะนำไปสู่การเปิดฉากรบครั้งใหญ่ในขณะนี้ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวบ่งชี้ว่า ในมุมมองของสหรัฐฯ นั้น อิหร่านยังไม่ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
นอกจากนี้ เมอส์ก (Maersk) บริษัทเดินเรือรายใหญ่สัญชาติเดนมาร์ก เปิดเผยว่า Alliance Fairfax ซึ่งเป็นเรือขนส่งยานยนต์ติดธงสหรัฐฯ ได้เดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ภายใต้การคุ้มกันของกองกำลังสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์จาก KCM Trade ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเดินเรืออย่างปลอดภัยในวงจำกัด และช่วยผ่อนคลายความวิตกเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน อย่างไรก็ดี เขามองว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว มากกว่าที่จะเป็นการเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบ
ด้านนักวิเคราะห์จาก Ritterbusch and Associates กล่าวว่า นักลงทุนเทขายหลังจากทำเนียบขาวยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้ ขณะเดียวกันเขามองว่า การปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบน่าจะเกิดจากการปรับฐานทางเทคนิคด้วยเช่นกัน หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ (6 พ.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 3.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 พ.ค.