ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างมากในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ (28 พ.ค.) หลังมีรายงานว่า สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าข้อตกลงสันติภาพอาจไม่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันจากการปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ หลังมีรายงานว่า อิหร่านอาจกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.9% มาอยู่ที่ 96.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 07.05 น. ตามเวลาไทยเช้านี้ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับตัวขึ้น 1.9% มาอยู่ที่ 90.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในช่วงเช้าวันนี้ มีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิด 3 ครั้งในเมืองบันดาร์อับบาสของอิหร่าน โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านเพิ่มเติม
การโจมตีดังกล่าวถือเป็นปฏิบัติการครั้งที่สองของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ และยังคงถูกอธิบายว่าเป็นการกระทำเพื่อ "ป้องกันตนเอง" โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงมีผลอยู่
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่าอิหร่านจะกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใน 1 เดือน รวมถึงปฏิเสธแนวคิดที่ว่าอิหร่านและโอมานจะร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบดังกล่าว พร้อมระบุว่าเขายังไม่พอใจกับข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านในขณะนี้
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ และยังถูกกดดันต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้ จากความคาดหวังว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้บรรลุผล