สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) โดยราคาลดช่วงบวกหลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงแรก ภายหลังจากอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม อิหร่านเตือนว่าอาจจะกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้งหากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 91.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 94.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงแรก หลังจากอิสราเอลและอิหร่านเปิดฉากโจมตีระหว่างกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอิสราเอลโจมตีโรงงานปิโตรเคมีแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน อ้างว่าโรงงานดังกล่าวถูกใช้เพื่อผลิตขีปนาวุธ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายที่เป็นสิ่งปลูกสร้างในลักษณะเดียวกันของอิสราเอลในเมืองไฮฟา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้บั่นทอนความหวังในการยุติสงครามในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันลดช่วงบวกในเวลาต่อมา หลังจากอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ตามคำเรียกร้องของปธน.ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลเตือนว่าจะโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของอิสราเอล ขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอน
สำหรับความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือนก.ค. ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านซาอุดีอาระเบียได้ปรับลดราคาขายน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการ (OSP) ให้แก่ลูกค้าในตลาดเอเชียสำหรับงวดเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันพุธนี้ (10 มิ.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์ภายในประเทศ