โฆษกบริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยวันนี้ (16 เม.ย.) ว่า บริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลเกาหลีใต้เพื่อขอคำสั่งระงับการทำกิจกรรมผิดกฎหมายของสหภาพแรงงานระหว่างการนัดหยุดงานประท้วง ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างที่ส่อเค้าบานปลายจนอาจกระทบต่อสายการผลิต
ด้านสหภาพแรงงานออกมาตอบโต้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการ "ประกาศสงคราม" พร้อมกล่าวหาว่าบริษัทกำลังละเมิดสิทธิการนัดหยุดงานซึ่งกฎหมายให้ความคุ้มครองเอาไว้
ก่อนหน้านี้ในเดือนมี.ค. พนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานได้ลงมติเห็นชอบแผนการนัดหยุดงาน โดยขู่ว่าจะผละงานยาว 18 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. เป็นต้นไป หากไม่สามารถตกลงเรื่องค่าจ้างกับฝ่ายบริหารได้ นอกจากนี้ ยังเตรียมนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 23 เม.ย. เพื่อยกระดับการกดดันซัมซุงบนโต๊ะเจรจา
ต้นตอของความไม่พอใจในครั้งนี้มาจากความเหลื่อมล้ำด้านค่าแรงเมื่อเทียบกับ เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง พนักงานจึงเรียกร้องให้ซัมซุงยกเลิกเพดานการจ่ายโบนัสตามผลงาน และปรับเกณฑ์การจ่ายโบนัสให้สอดคล้องกับกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทแทน
ทั้งนี้ มีการประเมินว่าซัมซุงฟันกำไรจากการดำเนินงานในช่วงไตรมาสม.ค.-มี.ค. สูงถึง 57.2 ล้านล้านวอน (ราว 3.88 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทะยานขึ้นกว่า 8 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
แกนนำสหภาพแรงงานซัมซุงเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า หากมีการประท้วงเกิดขึ้นจริง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตถึงครึ่งหนึ่งของศูนย์ปฏิบัติการเซมิคอนดักเตอร์ขนาดยักษ์ของซัมซุงในเมืองพย็องแท็ก
หากการนัดหยุดงานยืดเยื้อ อาจซ้ำเติมปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกให้หนักหน่วงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงพุ่งสูงอย่างแข็งแกร่ง จนดึงเอาซัพพลายในตลาดไป และทำให้เกิดภาวะชิปตึงตัวในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตั้งแต่ยานยนต์ คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงสมาร์ตโฟน