ChatGPT โชว์เหนือ ทำนิวไฮคะแนนสอบเข้า 2 ม.ดังญี่ปุ่น แซงหน้าผู้สมัครจริง

ข่าวต่างประเทศ Monday April 27, 2026 14:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บริษัทไลฟ์พรอมต์ (LifePrompt) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์จากโตเกียว เปิดเผยวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า แชตจีพีที (ChatGPT) สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการคว้าคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวและมหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งเป็นสองสถาบันระดับท็อปของญี่ปุ่น ได้สูงที่สุดในการสอบปีนี้ โดยทำคะแนนแซงหน้าผู้สมัครจริงที่ได้อันดับหนึ่งไปอย่างขาดลอย

ผลการทดสอบระบุว่า ในการสอบเข้าสายวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ 3 (Natural Sciences III) เพื่อเข้าคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งมีการแข่งขันสูงที่สุด ChatGPT ทำคะแนนได้สูงกว่าผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดถึง 50 คะแนน และยังทำคะแนนเต็มในวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จก้าวกระโดดหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในปี 2567 AI ดังกล่าวไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยได้เลย

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ ไลฟ์พรอมต์ใช้โมเดล ChatGPT 5.2 Thinking ของโอเพนเอไอ (OpenAI) โดยป้อนโจทย์ข้อสอบเข้าปริญญาตรีของทั้งสองมหาวิทยาลัยในรูปแบบไฟล์ภาพ และให้คณาจารย์จากสถาบันกวดวิชาชื่อดังอย่าง คาวาอิ จูกุ (Kawai Juku) เป็นผู้ตรวจให้คะแนนในส่วนของข้อสอบอัตนัย

นอกจากนี้ ChatGPT ยังได้ลองทำข้อสอบกลางเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย โดยในสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว ทำได้ 452 จาก 550 คะแนน และในสายวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ทำได้ 503 จาก 550 คะแนน ซึ่งทั้งสองส่วนสูงกว่าคะแนนสูงสุดของผู้ที่สอบผ่านที่ทางมหาวิทยาลัยประกาศไว้ที่ 434 และ 453 คะแนนตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม AI ยังมีจุดอ่อนในบางวิชา โดยทำคะแนนวิชาภาษาอังกฤษได้สูงถึง 90% แต่ในส่วนของข้อสอบอัตนัยวิชาประวัติศาสตร์โลก กลับทำได้เพียง 25% เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกียวโต ChatGPT ทำคะแนนในคณะนิติศาสตร์ได้ 771 คะแนน ซึ่งสูงกว่าคะแนนผ่านสูงสุดที่ 734 คะแนน และในคณะแพทยศาสตร์ทำได้ 1,176 คะแนน แซงหน้าผู้ทำคะแนนสูงสุดที่ได้ 1,098 คะแนน

หากย้อนกลับไปในปี 2567 ไลฟ์พรอมต์เคยใช้โมเดล ChatGPT 4 ทดสอบทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ จนกระทั่งปีถัดมาได้ลองใช้โมเดล o1 จึงสามารถสอบผ่านเกณฑ์ได้เป็นครั้งแรก

ซาโตชิ เอนโดะ ผู้บริหารไลฟ์พรอมต์ ระบุว่า "ตอนนี้ AI พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความสามารถสูงแค่ไหน และด้วยการพัฒนาที่รวดเร็วขนาดนี้ ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเริ่มปรับตัวและมองภาพการดำเนินงานในอีก 10-20 ปีข้างหน้าไว้ล่วงหน้าได้เลย"

ด้านซาโตชิ คุริฮาระ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเคโอ และหัวหน้าสมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศญี่ปุ่น มองว่ามนุษย์ไม่ควรลงไปแข่งกับ AI ในสนามเดียวกัน เพราะ AI มีความโดดเด่นเรื่องการดูดซับข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่แล้ว

"เหมือนกับที่เรามีเครื่องคิดเลขที่คำนวณได้เร็วและแม่นกว่าคน การที่ AI จะทำคะแนนสอบได้สูงลิ่วจึงเป็นเรื่องปกติ" คุริฮาระกล่าว พร้อมเสริมว่ามนุษย์ยังคงเหนือกว่าในด้านการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และถึงเวลาที่ต้องทบทวนการสอบเข้าที่ปัจจุบันยังเน้นเพียงแค่การท่องจำและการคำนวณ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ