ฮิซาชิ มัตสึโมโตะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของญี่ปุ่น เตือนว่า ญี่ปุ่นอาจตกเป็นเหยื่อของลัทธิล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่ในยุค AI หากไม่สามารถพัฒนาและก้าวให้ทันการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดังกล่าว
"ผมหวังว่าประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจะเข้าใจว่า เราจำเป็นต้องเร่งพัฒนา AI มิฉะนั้นเราจะตกเป็น 'อาณานิคม AI' ในที่สุด" รมว.ดิจิทัลของญี่ปุ่นกล่าวระหว่างการแถลงข่าวในวันนี้ (5 มิ.ย.)
มัตสึโมโตะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น ซึ่งจะเปิดทางให้นักพัฒนา AI สามารถนำข้อมูลต่าง ๆ เช่น ประวัติการรักษาพยาบาลและประวัติอาชญากรรม มาใช้ฝึกโมเดล AI ได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ขณะที่พรรคฝ่ายค้านบางส่วนแสดงความกังวล โดยอ้างถึงความเสี่ยงเรื่องการรั่วไหลของข้อมูล
ร่างแก้ไขกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในวุฒิสภา
"จุดประสงค์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ เนื่องจากพัฒนาการด้าน AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ญี่ปุ่นจึงไม่อาจปล่อยให้ตัวเองล้าหลังได้" มัตสึโมโตะเน้นย้ำทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ ตั้งแต่การให้เงินอุดหนุน การจัดซื้อจัดจ้างแบบเจาะจง ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ภายในประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก โดยมีสหรัฐอเมริกาและจีนเป็นผู้นำในภาคส่วนนี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลในวงกว้างของรัฐบาลทั่วโลก ที่เกรงว่าจะล้าหลังและต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเปรียบเสมือนตกเป็นอาณานิคมด้านเทคโนโลยี