รายงานสรุปผลฉบับสุดท้ายของคณะกรรมการทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ (ESR) ระบุว่า สิงคโปร์ควรมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านการพัฒนาและประยุกต์ใช้โซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่าที่จะมุ่งแข่งขันสร้างดาต้าเซ็นเตอร์หรือโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
รายงานที่เผยแพร่ในวันพุธ (24 มิ.ย.) ระบุว่า AI มีศักยภาพในการพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกในลักษณะเดียวกับที่ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเคยสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอดีต ขณะที่จุดแข็งของสิงคโปร์อยู่ที่ความสามารถในการผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันวิจัย เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม
รายงานดังกล่าวเสนอให้ผลักดันสิงคโปร์สู่การเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการพัฒนาและประยุกต์ใช้โซลูชัน AI ที่สร้างผลกระทบสูง ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น เช่น ชุดข้อมูล กำลังประมวลผล และพื้นที่ทดลองนวัตกรรมภายใต้กรอบการกำกับดูแล ควบคู่ไปกับการยกระดับธรรมาภิบาลและความปลอดภัยของ AI
รายงานยังเสนอให้ส่งเสริมบริษัทชั้นนำในสิงคโปร์ให้ก้าวขึ้นเป็น "Champions of AI" ผ่านโครงการพลิกโฉมองค์กรด้วย AI ในวงกว้าง เพื่อให้บริษัทเหล่านี้เป็นต้นแบบในอุตสาหกรรมของตนต่อไป
นอกจากนี้ เพื่อผลักดันการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น รายงานยังเสนอให้ยกระดับการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและความสามารถในการดำเนินงาน ขณะที่สมาคมการค้าและหอการค้าสามารถมีบทบาทมากขึ้นในการรวบรวมทรัพยากรและพัฒนาโซลูชัน AI ร่วมกัน เพื่อยกระดับผลิตภาพในหลากหลายอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดตั้งสภาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Council) ขึ้นแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนพันธกิจด้าน AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิตขั้นสูง การเงิน การดูแลสุขภาพ และโลจิสติกส์