ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐประกาศระงับทำธุรกิจกับ "หัวเว่ย" ตามคำสั่งรัฐบาล

ข่าวเทคโนโลยี 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 14:46 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐทยอยระงับการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ของจีน หลังจากที่สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคง (BIS) ซึ่งสังกัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้รวมหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทใน "Entity List" ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐเข้าซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศและสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ อาทิ กูเกิล (Google) อินเทล (Intel), ควอลคอมม์ (Qualcomm) และ บอร์ดคอม (Broadcom) ได้ออกมาประกาศระงับการดำเนินธุรกิจกับหัวเว่ย ตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า บริษัทอินเทล, ควอลคอมม์, บอร์ดคอม และซิลลินซ์ (Xilinx) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ได้แจ้งต่อพนักงานของตนว่า บริษัทต้องยุติการดำเนินธุรกิจกับหัวเว่ย จนกว่าจะมีประกาศจากทางรัฐบาลออกมาเพิ่มเติม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ บริษัทอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล (Google) ออกมาประกาศระงับการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ซึ่งส่งผลให้สมาร์ทโฟนของหัวเว่ยไม่สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ตลอดจนเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Google Play Store, Gmail และ YouTube ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกูเกิลได้

แหล่งข่าวระบุว่า "หัวเว่ยจะใช้งานได้แค่แอนดรอยด์เวอร์ชั่นสาธารณะ และจะไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของกูเกิลได้อีกต่อไป"

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อห้ามบริษัทของสหรัฐจากการใช้เทคโนโลยีและบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของบริษัทที่สหรัฐเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่พุ่งเป้าอย่างชัดเจนไปที่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ของจีน

ต่อมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้นำชื่อของหัวเว่ย และบริษัทในเครือ 70 แห่ง เข้ารวมอยู่ใน "Entity List" ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทเทเลคอมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐเข้าซื้ออุปกรณ์ต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ โดยการดำเนินการดังกล่าวจะสร้างความยากลำบากให้กับบริษัทหัวเว่ยในการขายผลิตภัณฑ์ เนื่องจากหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่สุดของโลก ต้องพึ่งพาบรรดาซัพพลายเออร์ในสหรัฐ

ขณะที่ หัวเว่ยออกมาตอบโต้ผ่านแถลงการณ์ที่ส่งให้กับสำนักข่าวซินหัวว่า การตัดสินใจนี้ไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใด และจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อบริษัทของสหรัฐซึ่งทำธุรกิจกับหัวเว่ย กระทบตำแหน่งงานในสหรัฐหลายหมื่นตำแหน่ง และขัดขวางความร่วมมือในปัจจุบัน และความไว้วางใจซึ่งกันและกันที่มีอยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

แถลงการณ์ระบุว่า หัวเว่ยจะหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวในทันที และหาทางออกต่อประเด็นนี้ รวมทั้งจะพยายามในเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบของเหตุการณ์นี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ